Make your own free website on Tripod.com
 
ผลการใช้ระยะยาว

พื้นที่ส่วนนี้ จะได้ประโยชน์มากถ้าผู้ที่แวะมาเยี่ยมเยือนเพจนี้ ช่วยกันส่งข้อมูลรถยนต์ที่ท่านใช้อยู่มาลงไว้ที่นี่ มีผู้ที่จะเลือกรถยนต์อีกหลายท่าน ที่ต้องการทราบข้อมูลการใช้งาน ข้อมูลของศูนย์บริการ รวมทั้งบางท่านอาจจะมีกลเม็ดเด็ดพรายในการใช้รถยนต์รุ่นนั้นๆ  ที่จะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้รถรุ่นเดียวกันท่านอื่นๆได้

จึงอยากเชิญชวนให้ช่วยกันส่งข้อมูลการใช้งานรถยนต์ของท่าน ที่คาดว่าจะมีประโยชน์ต่อผู้อื่น ทั้งอายุรถ ระยะทางที่วิ่งไป ลักษณะการใช้งาน การเข้าซ่อมทั้งตามระยะและนอกระยะ อู่ที่ใช้ประจำ(ถ้ามีและคิดว่าดี...ไม่ฟัน) มาเผยแพร่ที่พื้นที่ส่วนนี้ครับ

Click here to visit our sponsor
Free Advertising from Click2Net!

โตโยต้า ไมตี้ เอ็กซ์ ออโตเมติค
 
ออกรถเมื่อ  25 ธ.ค. 1997
ระยะทางใช้งาน 170,000 กม. กว่า 100,000 กม / ปี

รถคันนี้ ซื้อมาในราคา 380,000 บาท เกียร์ AUTO 4 สปีด  เครื่อง 2.5 ลิตร 89 แรงม้า  มีกระจกไฟฟ้า เซนทรัลล็อค และพวงมาลัยเพาเวอร์มาให้

บอกตามตรงเลยครับ ว่าครั้งแรกที่รู้ว่า พ่อผม จะซื้อรถคันนี้ผมก็ค้านเต็มที่เลยครับ เพราะรถยี่ห้อนี้ขึ้นชื่อเรื่องเบรคล็อค การทรงตัวแย่ แต่เผอิญพ่อผมได้วางเงินจองไปเรียบร้อยแล้ว

พอออกมาก็เปลี่ยนแม็กซ์ ขอบ 16 กับยาง 205/50 R16 พร้อมทั้งเปลี่ยนโช้คอัพ ไปใช้ของอเมริกา(จำยี่ห้อไม่ได้ครับ ทราบแต่เป็นของออฟโร้ด) พร้อมทั้งใส่กันเซ กันสะบัด และวาล์วป้องกันล้อล็อคเข้าไปอีก 1 ตัว แล้วก็แต่งปั๊มด้วยครับ

การใช้งาน

สำหรับสมรรถนะ อัตราเร่งค่อนข้างอืดมากครับ ขนาด อีซูซุ มังกร ว่าอืดแล้วมาเจอเจ้านี่ชิดซ้ายเลยครับ การทรงตัวจากใส่กันสะบัดช่วยให้พวงมาลัยมีน้ำหนักกำลังดียามใช้ความเร็วสูง ช่วงล่างเด้งมากๆครับ สาเหตุหลักมาจากโช้ค
และยางแก้มเตี้ย แต่ภายหลังรถคันนี้จำเป็นต้องใช้ขนของแทนเจ้ามังกรที่เครื่องพัง เลยต้องเปลี่ยนแม็กซ์เป็นขอบ 15 พร้อมกับยาง 205/65 ครับ และหลังจากนั้นไม่นานก็ได้เปลี่ยนแม็กซ์ชุดที่ 3 เพราะแม็กซ์ชุดที่ 2 ที่เปลี่ยนมาเกิดอาการถ่วงไม่อยู่ครับ พอขับเร็วมักจะสั่นเป็นประจำ หลังจากเปลี่ยนแม็กซ์แล้ว ความเด้งของช่วงล่างก็ลดลงครับแต่ยังมากอยู่เมื่อเทียบกับรถรุ่นเดียวกัน (เท่าที่นั่งมา ISUZU) นิ่มที่สุดครับ

อัตราการกินน้ำมัน   หลังจากแต่งปั๊ม(ควันดำมากครับ  ชนิดที่ว่าขับตามด้วยความเร็วสัก 120 ที่ระยะห่างพอสมควร กลับถึงบ้านเจอคราบน้ำมันที่เผาไหม้ไม่หมด เกาะเป็นหยดๆ เต็มฝากระโปรงรถผมเลย)อัตราสิ้นเปลืองอยู่ระดับ
เครื่องเบนซิน 2.0 เลยครับ ขับต่างจังหวัด ประมาณ 120 บวกนิดหน่อย ตกประมาณ 9 กม./ลิตรครับ ต่อมาต้องใช้เป็นรถบริษัท(ขนของ) เลยจัดการเทสปั๊มใหม่ ควันดำหายไป อัตราสิ้นเปลืองที่ความเร็ว 120 อยู่ประมาณ 11 กม./ลิตรครับ

ระบบเบรค หลังจากใส่วาล์วกันล้อล็อคเข้าไป  ทำให้มีอาการเหมือนเบรคไม่ค่อยอยู่ ระยะคันเหยียบค่อนข้างยาว แตะเบาๆก็ไม่ค่อยอยู่ ต้องออกแรงกดค่อนข้างมาก  แต่ถ้าเกิดเบรคกระทันหันขึ้นมา จะเป็นประเภทกระทืบปุ๊บล็อค
ปั๊บครับ ตามมาด้วยอาการท้ายปัดอย่างแรง(เกือบพาผมลงไปนอนข้างทางซะแล้ว) ภายในห้องโดยสาร ความกว้างขวางถือว่าใช้ได้ แต่ตำแหน่งเบาะหน้าค่อนข้างต่ำ บวกกับแผงหน้าปัทม์ยื่นออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ Leg room ค่อนข้างน้อย ยืดขาได้นิดเดียว แถมมาเจอกับเบาะนั่งที่ออกแบบมาค่อนข้างแย่ นั่งนานหน่อยเมื่อยอย่าบอกใครเลยครับ (ทุกคนที่ขับรถคันนี้บ่นเหมือนกันหมดครับ) แม้ว่าเบาะคนขับจะปรับดุนหลังได้ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก คันเร่งแข็งมากๆ
(ย้ำว่ามากครับ) ตอนหลังทนไม่ไหว ก็เลยให้ช่างจัดการถอดสปริงออก จึงขับสบายขึ้น มีที่พักเท้าด้านซ้ายมาให้เรียบร้อย วัสดุภายในยังสู้ปิคอัพ CYCLONE ไม่ได้ครับ แผงบุหลังคายังเป็นแบบใช้ลวดขึงอยู่เลย(เหมือนเจ้ามังกร)

การซ่อมบำรุง

ศูนย์บริการ ใช้บริการของโตโยต้า นนทบุรี (สาขาสามแยกนนท์) ตลอดตั้งแต่ ออกมาจนครบ 100,000 กม. หลังจากนั้นจะเข้าเช็คก็เฉพาะตอนต้องตั้งวาล์วเท่านั้น ราคาค่าอะไหล่อยู่ระดับปานกลางครับ บางชิ้นก็แพงเหมือนกัน
สายพานไทม์มิ่งเปลี่ยนไปตอน 100,000 กม.พอดีครับ ตอน 80,000 จะเปลี่ยนแต่ช่างถอดออกมาดูแล้วบอกว่ายังใช้ได้ เลยใส่กลับเข้าไปคืน

สิ่งที่น่าชมก็คือเรื่องช่วงล่างที่ทนทานเอามากๆ จากลักษณะการขับแบบใส่ตลอดเจอหลุมไม่เคยหลบ แถมบรรทุกหนักตลอด(800 กก. - 1 ตัน) ถ้าตอน 150,000 ไม่ไปลงข้างทางมาก็คงไม่ต้องซ่อม ลูกน้องขับ ไปลำปางแล้วแซงรถไม่พ้น
เพราะเขาเร่งเครื่องหนี เลยต้องหักหลบ 10 ล้อลงข้างทาง แต่ไม่คว่ำนะครับ สลักยึดคอม้าหัก ต้องเ้าไปซื้อในลำปางมาเปลี่ยน แต่เชื่อไหมครับศูนย์โตโยต้า บอกว่าไม่มีอะไหล่!!! แต่ดันไปหาซื้อได้ที่ร้านขายอะไหล่ในลำปางนั่นเอง ซ่อมให้รถพอวิ่งได้ แล้วขับกลับกทม. เอาเข้าศูนย์ช่างที่ศูนย์เขาเห็นช่วงล่างแล้วเขาบอกเลยว่า "นี่ถ้าไม่ได้ทำช่วงล่างอย่างงี้นะ เป็นคันอื่นคว่ำ
ไปหลายตลบแล้ว(แต่ผมขับผมว่ามันไม่เห็นจะเกาะสักเท่าไรเลย) อีกอย่างตอนนี้ วิ่งมา 170,000 กม.แล้ว พวกอุปกรณ์ต่างๆภายในห้องโดยสารยังเงียบเหมือนใหม่อยู่เลยครับ ไม่มีเสียงสัตว์ประหลาดใดๆทั้งสิ้น (เจ้ามังกร 2 คัน เริ่มมีเสียง
ดังตอน 50,000 กม. ซ่อมช่วงล่างครั้งแรกตอน 70,000 กม. ครั้งที่สองตอน 150,000 กม.)

ระบบเกียร์อัตโนมัติ ตอนแรกก็กลัวจะมีปัญหาเหมือนกัน เพราะต้องเอามาบรรทุกของหนัก แต่ตั้งแต่ใช้มา ก็ไม่เคยมีปัญหาใดๆทั้งสิ้นครับ จะมีก็เสียงครางของเกียร์เวลา KICK DOWN ค่อนข้างดังตอนหลัง เปลี่ยนมาใช้น้ำมันเกียร์สังเคราะห์ เลยเงียบลงเยอะ เครื่องยนต์เริ่มมีการกินน้ำมันเครื่องเล็กน้อย แล้วแต่กำลังยังดีไม่ตก ความเร็วสูงสุดยังทำได้ 150 กม./ชม. (ชนิดที่ว่า STRADA 2.5 ที่เจอบนทางด่วนยังงงเลยครับ)

ส่วนเรื่องเสื้อสูบร้าวง่าย อันนี้ไม่เคยเจอครับ อ้ออีกเรื่องที่ขอติ ก็คือ เข็มขัดนิรภัยคู่หน้า จะล็อคตลอดเลยครับ ตั้งแต่ออกรถ แถมยังรัดแน่นเข้าทุกที จะดึงสายออกมาได้ก็ต่อเมื่อหยุดรถเท่านั้นครับ

สรุป

สรุปก็คือ ช่วงล่างทนทานดี การประกอบเยี่ยม เครื่องยนต์เมื่อมาเจอเกียร์อัตโนมัติเลยค่อนข้างอืด แถมซดอีกต่างหาก การทรงตัวและเบรคถ้าเดิมๆ ค่อนข้างอันตราย หลังจากการปรับแต่งแล้วดีขึ้นพอสมควร ศูนย์บริการอยู่ระดับปานกลาง อะไหล่มีทั้งถูกและแพง หาได้ทั่วไป

(ขอบคุณคุณเธียร เจ้าเก่าครับ สำหรับข้อมูล
ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อที่ "b4117333@kkucc1.kku.ac.th")