Make your own free website on Tripod.com
ทดสอบ - เปรียบเทียบ
 
เมอร์เซเดส SLR vs บีเอ็ม Z8

คอรถเยอรมันทั้งหลายคงรู้จักมักจี่ ซูเปอร์สปอร์ต 2 คันนี้ เป็นอย่างดี และถึงตอนนี้ Z8 ก็ออกสู่ตลาดเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ SLR ยังต้องรอเวลาอีก 3 ปี กว่าจะเริ่มวิ่งออกจากสายการผลิตในโรงงานของ แมคลาเรน ในประเทศอังกฤษได้  ถ้าดูจากราคาค่าตัวแล้ว SLR คาดว่าจะแพงกว่า Z8 เกินเท่าตัว เบนซ์ก็บอกเป็นนัยๆว่า รถ 2 คันนี้ไม่ใช่คู่แข่งกัน SLR นั้นเหนือกว่าทั้งเทคโนโลยี และดีไซน์ ตอนนี้คงสรุปอะไรมากไม่ได้ เพราะคันหนึ่งเป็นโปรดัคชั่นคาร์ อีกคันยังเป็นต้นแบบอยู่

แล้วมาขับทดสอบเปรียบเทียบกันได้อย่างไร???

ไม่ว่าจะโดยบังเอิญหรือไม่ก็ตาม แต่ผมคิดว่า ทันทีที่ Z8 วางตลาด เมอร์เซเดส คงต้องทำอะไรสักอย่างที่จะให้ แฟนๆกระเป๋าหนักทั้งหลาย หยุดคิดสักนิด เพื่อรอ SLR ที่กำลังเริ่มพัฒนาอยู่ เมอร์เซเดสจึงเชิญผู้สื่อข่าวจากหลายสำนัก มาทดลองขับ SLR คันต้นแบบ ซึ่งแม้จะเป็นแค่รถโชว์ แต่ทุกอย่างใช้งานได้จริงจัง

บีเอ็มดับเบิลยู Z8

บีเอ็มบอกว่า Z8 เป็นมากกว่า พี่ใหญ่ของ Z3 และคงมีคนไม่มากที่ได้สัมผัส ด้วยราคาค่างวดขนาดที่ซื้อ M5 รวมกับ Z3 ได้ กับการผลิตที่จำกัดจำนวน แถมเป็นพวงมาลัยซ้ายเท่านั้น

Z8 สร้างขึ้นบนเฟรมอลูมิเนียม และตัวถังก็ขึ้นรูปจากอลูมิเนียม ทำให้จำกัดน้ำหนักไว้ได้เพียง 1585 กก. และมีการกระจายน้ำหนักที่ล้อหน้า-หลัง ในอัตราส่วน 50-50 พอดี ช่วงล่างเป็นบีเอ็มแท้ๆ คือ หน้าแบบ ช็อค-สตรัท และหลังแบบมัลติลิงค์ ไม่มีของเล่นใส่มาให้ยุ่งยากซับซ้อน ระบบ DSC  (dynamic stability control) มีให้เลือกใช้ แล้วแต่ว่าจะเปิดหรือปิดสวิทช์ ในการทดลองขับในทางตรง ให้การเกาะถนนเป๊ะ แบบตรงเป็นลูกศรไปเลย การเข้าโค้งก็ทำได้ดี สมชื่อบีเอ็มแม้จะเป็นรถเปิดประทุน แต่ฝรั่งก็ยังหาข้อติได้ที่พวงมาลัย ซึ่งแม้จะเป็น แร็คแอนด์พิเนี่ยนแล้ว ก็ยังบอกว่าส่งความรู้สึกมาที่ผู้ขับขี่ไม่สมบูรณ์นัก
 
เครื่องยนต์ของ Z8 ได้มาจาก M5 คือเครื่อง วี 8-5.0 ลิตร 400 แรงม้า ซึ่งกระชาก Z8 จาก 0 -100 ได้ใน 4.7 วินาที แต่ที่ฝรั่งบอกว่าเป็นจุดเด่นคือ ความยืดหยุ่นของเครื่องยนต์ ที่มีแรงบิดให้ใช้ในช่วงกว้างมาก การขับขี่จึงคล่องตัว ส่วนหนึ่งก็เพราะการใช้เกียร์ 6 สปีด ที่แบ่งอัตราทดอย่างลงตัว เสียงเครื่องยนต์ก็จูนใหม่ ให้แตกต่างจาก M5 ฟังดูคำรามนุ่มๆ สะใจคอโร้ดสเตอร์ แต่จุดด้อยก็คือ คันเร่งที่ตอบสนองค่อนข้างช้า

ภายในตกแต่งหรูหรา และแปลกตา ตั้งแต่การสตาร์ทเครื่องที่ใช้การกดสวิทช์ ไปจนถึงแผงหน้าปัดที่ย้ายมาอยู่กลางรถ วัสดุที่ใช้อยู่ในระดับท้อปคลาสทั้งสิ้น และเมื่อต้องการปิดหลังคา เพียงกดปุ่มและรออีก 10 วินาที หลังคาผ้าใบก็จะขึ้นมาคลุมให้เรียบร้อย  
เมอร์เซเดส SLR

 

หลังจากได้รับการตอบสนองอย่างล้นหลาม โครงการ SLR ก็เดินหน้าทันที โดยความร่วมมือกันระหว่าง เมอร์เซเดส เบนซ์ และผู้ผลิตรถแข่งชื่อดัง กอร์ดอน เมอร์เรย์ แห่ง แมคลาเรน

ช่วงล่างของ SLR ก็เน้นการตอบสนองให้เป็นธรรมชาติมากที่สุดเช่นกัน เมอร์เซเดส-แมคลาเรน จะไม่ใช้เทคโนโลยีมากมายกับช่วงล่าง โดยทั้งหน้า-หลัง จะเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบน ตัวถังที่ผลิตโดยแมคลาเรน จะใช้โครงสร้างที่ผลิตจากคาร์บอน ไฟเบอร์ และตัวถังอลูมิเนียม โดยมีเป้าหมายน้ำหนักรวมที่ 1400 กก. เท่านั้น แต่สำหรับคันต้นแบบคันนี้ ใช้ช่วงล่างที่หยิบยืมมาจาก เบนซ์ SL แต่การทดลองขับก็พบว่าให้การตอบสนองที่ดีทีเดียว
 
เครื่องยนต์ในคันต้นแบบนี้ เป็นเครื่อง 5.5 ลิตร วี 8 - 347 แรงม้า ที่ใส่ในเวอร์ชั่น AMG ของ E และ S class ในขณะที่คันจริง จะจูนเครื่องยนต์ขึ้นเป็น 557 แรงม้า ซึ่งมีเป้าหมายที่ 0-100 ใน 4.1 - 4.2 วินาที เสียงเครื่องยนต์ในการทดลองขับค่อนข้างดัง แต่ในคันจริง เบนซ์บอกว่าจะนุ่มนวลขึ้น เมื่อกดสวิทช์เกียร์ไปที่ "D" และเหยียบคันเร่ง ความรู้สึก "อืด" มีให้สัมผัสได้ แต่วิศวกรของเบนซ์บอกว่า มีการปลดซูเปอร์ชาร์จออก ทำให้มีแรงม้าในการทดลองขับเพียง 320 ตัวเท่านั้น 
 
การตกแต่งภายใน คงมีการเปลี่ยนแปลงไปจากต้นแบบมากพอสมควร แต่การจัดตำแหน่งนั่งขับขี่ในสไตล์ เอฟ 1 คงจะยังคงไว้ใน SLR คุณจะรู้สึกเหมือนกับจะนอนราบลงไปทีเดียว รวมทั้งพวงมาลัยทรงเหลี่ยม แบบเดียวกับตัวแข่ง เอฟ 1 ก็อาจจะยังมีอยู่ในโปรดัคชั่นคาร์
สรุป

ฝรั่งบอกว่า Z8 เป็นโร้ดสเตอร์ที่ดีที่สุดในตลาดโลกคันหนึ่งในเวลานี้ ทรงพลัง แต่ก็ขับเคลื่อนง่ายอย่างซีดานทั่วไป ส่วน SLR นั้น ต้องรออีกสักนิด แต่ถึงตอนนี้คงบอกได้ว่า นี่เป็นรถที่แพงที่สุดจากเบนซ์ หรือ อีกนัยหนึ่ง เป็นรถที่ถูกที่สุด จากแมคลาเรน ???

ตอนนี้ขอไปหลับแล้วนอนฝันดูสักหน่อย ว่าจะมีวาสนาได้นั่งใน 1 ใน 8,000 คันของ Z8 หรือ 1 ใน 3,000 คัน ของ SLR บ้าง....

 BMW Z8
Mercedes SLR
เครื่องยนต์ วี 8 4941 ซีซี วี 8 ซูเปอร์ชาร์จ 5496 ซีซี
แรงม้า / แรงบิด 400 ที่ 660 รตน. / 500 Nm ที่ 3800 รตน. 557 ที่ 6500 รตน. / 720 Nm ที่ 4000 รตน.
ยาว / กว้าง / สูง (มม.) 4400 / 1830 / 1317 4564 / 1878 / 1247
ระยะฐานล้อ (มม.) 2505 2660
น้ำหนัก (กก.) 1585 กก. 1400 กก.
0-100 กม/ชม 4.7 วินาที 4.2 วินาที
ความเร็วสูงสุด 250 กม/ชม (ควบคุม) 320 กม/ชม
ราคา 235,000 มาร์ค 600,000 มาร์ค